ข่าวสาร ผ้าม่าน

การดูแลรักษาผ้าม่านให้ใช้งานได้ยาวนาน

การดูแลรักษาผ้าม่านให้ใช้งานได้ยาวนาน ผ้าม่านนั้นถือเป็นอุปกรณ์ตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากว่าใช้ในการเพิ่มหรือลดแสงในห้อง บ่งบอกรสนิยมของเจ้าของห้อง หรือช่วยอำพรางสายตาจากคนภายนอก และถึงแม้ว่าผ้าม่านจะไม่ต้องการให้ดูแลมากมายนัก แต่ว่าหากถึงเวลาที่จะต้องซัก รีด หรือรักษาผ้าม่านให้ใช้งานได้ยาวนาน เราก็ควรที่จะศึกษาวิธีการดูแลรักษาผ้าม่านในเบื้องต้นไว้บ้าง ซึ่งวันนี้เราจะไปดูวิธีการดูแลรักษาผ้าม่านกัน หากบริเวณที่จะติดตั้งผ้าม่านนั้นเป็นบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงตลอดเวลา ให้คุณนั้นเลือกผ้าม่านในโทนสีสว่างและใช้ผ้าม่านโปร่งทับอีกชั้นหนึ่ง ก็จะช่วยแก้ปัญหาผ้าม่านซีดจางจากแสงแดดลงได้ และอย่าลืมเรื่องฝุ่นละอองที่สะสมอยู่บนผ้าม่านด้วย โดยผ้าม่านไหนที่เปิดรับลมมาก อาจจะมีฝุ่นเกาะที่ผ้าม่านมาก เพราะฉะนั้นขอให้คุณนั้นใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดฝุ่นที่ผ้าม่านด้วยอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ฝุ่นนั้นสะสมอยู่บนผ้าม่านมากเกินไป  เพราะว่าถ้ามีฝุ่นสะสมอยู่มากก็จะยิ่งทำความสะอาดยากขึ้นกว่าเดิม และอาจทำให้เกิดคราบฝังแน่นไปเลย และหากว่า เรารู้สึกว่า ผ้าม่านของเราดำหรือสกปรกมาก ก็ควรที่จะถอดออกมาซักบ้าง โดยก่อนซักเราจะต้องดูด้วยว่า ผ้าม่านของเรานั้นเป็นผ้าชนิดใด และต้องทดสอบก่อนซักด้วยว่า ผ้าม่านของเรานั้นสีตกหรือไม่ และนอกจากนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่อ่อนโยนต่อผ้าของคุณ เพราะหากใช้ผงซักฟอกที่แรงมากเกินไป อาจทำให้ผ้าหดตัวหรือเกิดรอยยับย่นไม่สวยและแก้ไขยากด้วย และหากว่าหลังซักผ้าม่านแล้ว ม่านของเรายับล่ะก็ ควรที่จะรีดผ้าม่านด้วยเพื่อคงความเรียบและทำให้จีบของผ้าม่านนั้นยังคงอยู่ แต่ว่าก็ควรตั้งอุณหภูมิต่ำๆไว้ เพื่อไม่ให้ความร้อนของเตารีดเข้าไปทำลายเนื้อผ้าม่านนั่นเอง นี่คือหลักการดูแลรักษาผ้าม่านในเบื้องต้น ซึ่งคุณเองนั้นสามารถทำเองได้ โดยก่อนที่จะซักทำความสะอาดก็ต้องดูด้วยว่า ผ้าม่านของคุณนั้นเป็นแบบไหน โดยปกติแล้วทางร้านขายผ้าม่านจะแนะนำวิธีกาทำความสะอาดผ้าม่านให้แบบถูกวิธีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณจะต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผ้าม่านของคุณมีความสวยงามและใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น  

การเลือกผ้าม่านให้เหมาะสมกับห้องทำงาน

ห้องทำงาน เป็นห้องหนึ่งที่เราใช้งานทุกวัน การที่เราจะทำงานได้ดีนั้น บรรยากาศในห้องทำงานก็มีส่วนกระตุ้นให้เราอยากทำงานได้เหมือนกัน ซึ่งการใช้ผ้าม่านมาตกแต่งในห้องทำงานนั้นก็ต้องดูปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสไตล์การตกแต่งห้อง  การกรองแสงสว่างต่างๆ ผ้าม่านนั้นมีหลายประเภท หลายรูปแบบ เราควรเลือกใช้ผ้าม่านที่ทำความสะอาดได้ง่าย เช่น ม่านม้วน ม่านพับหรือว่าจะเป็นแบบมู่ลี่ก็ได้ เพราะว่า ช่วยให้การเปิดหรือปิดรับแสงนั้นทำได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องคอยดูแลกันมากมาย และที่สำคัญควรเลือกผ้าม่านให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งห้องของคุณ เพื่อสร้างความสวยงามและเพิ่มบรรยากาศที่ดีให้อยากทำงาน โดยห้องทำงานนั้นต้องมีแสงสว่างที่พอดี หากมีแสงน้อยไปก็จะเกิดอาการง่วง แต่ถ้าแสงมากไปก็อาจรบกวนสมาธิในการทำงานในการทำงานได้ สำหรับห้องทำงานในบางบริษัทอาจจะตกแต่งแนวทันสมัย ใช้สีสันที่ตัดกัน อย่างเช่น บริษัทออกแบบหรือเกี่ยวข้องกับศิลปะ ผ้าม่านก็ต้องเข้ากันได้ด้วย โดยอาจหาซื้อตามท้องตลาดไม่ได้ ก็อาจจะสั่งทำเป็นพิเศษ เพื่อสร้างสัญลักษณ์ให้ห้องทำงานของคุณนั้นดูโดดเด่นขึ้นมา และเข้ากับบริบทของบริษัทด้วย หรือบางบริษัทจะต้องสร้างความภูมิฐานน่าเชื่อถือตกแต่งห้องด้วยสีสันที่เรียบง่าย ผ้าม่านที่ใช้อาจจะเป็นผ้าม่านแบบจีบสีพื้นในการตกแต่ง เพราะว่า ให้ความภูมิฐานและสามารถเข้ากับห้องได้ทุกรูปแบบด้วย แต่ก็ต้องเลือกเนื้อผ้าที่ไม่โปร่งแสงหรือว่าทำความสะอาดยากเกินไป เพื่อสุขภาพทีดีของผู้ใช้ห้องทำงานเอง ทั้งหมดนี้คือการเลือกผ้าม่านให้เข้ากับห้องทำงานของคุณเอง ทำให้คุณอยากที่จะทำงานมากขึ้น และไม่ง่วงนอนเวลาทำงาน ซึ่งด้านบรรยากาศจึงมีความสำคัญมาก หากคุณต้องการเลือกซื้อผ้าม่านสำหรับห้องทำงานสักผืนหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าจะซื้ออย่างไรให้คุณนั้นปรึกษากับร้านขายผ้าม่านเลย เพราะว่า ทางร้านจะแนะนำให้คุณอย่างดี รับรองเลยว่า คุณนั้นจะได้ผ้าม่านที่มีคุณภาพดี ตรงตามความต้องการของคุณแน่นอน

การเลือกผ้าม่านให้เข้ากับสไตล์แต่งห้อง

การเลือกผ้าม่านให้เข้ากับสไตล์แต่งห้อง สไตล์การแต่งห้องนั้น ช่วยบ่งบอกรสนิยมของคุณได้ และยังเป็นตัวกำหนดให้คุณนั้นสามารถเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ในการตกแต่งห้องได้ เพราะว่า การเลือกเฟอร์นิเจอร์ต้องให้เข้ากับสไตล์แต่งห้องที่คุณวางไว้ และยังรวมไปถึงผ้าม่านด้วย ผ้าม่านก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้สไตล์การแต่งห้องชัดเจนขึ้น สำหรับใครที่ชอบการตกแต่งห้องแบบผ่อนคลาย ก็น่าจะเลือกผ้าม่านที่มีความพลิ้วและทิ้งตัวได้ดี ไม่จำเป็นต้องอัดจีบ เพราะว่าม่านแบบนี้ไม่ต้องการความหรูหรา แต่ต้องการเน้นในเรื่องของความโล่งโปร่งสบาย โดยอาจจะใช้สีพื้นๆ ดูสบายตา เพราะจะยิ่งทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้มากยิ่งขึ้น แต่ใครชอบแนวหรูหรา ก็อยากให้คุณนั้นลองผ้าม่านหลุยส์  โดยผ้าแบบนี้จะมีการจับจีบอย่างประณีต มีการจับโค้งอย่างสวยงามที่สุด สื่อถึงความอลังการ และความมีระดับของเจ้าของบ้าน รับรองเลยว่า เลือกใช้แล้วไม่ผิดหวังแน่นอน โดยยิ่งมีการทำแบบประณีตมากเท่าไร ราคาอาจจะยิ่งแพง แต่รับรองว่าใช้คุ้มค่าแน่นอน แบบเรียบง่าย ส่วนใหญ่แล้วมักจะนิยมใช้ในห้องทำงานหรือว่าห้องทานอาหาร เนืองจากว่าไม่จำเป็นที่จะต้องตกแต่งมากเกินไป อาจจะใช้ผ้าม่านแบบเรียบๆ ใช้สีให้เข้ากับห้องก็พอและก็ไม่ต้องใช้ผ้าม่านที่ยาวเกินไป โดยอาจเลือกใช้ผ้าม่านแบบพับหรือแบบม้วนก็ได้ เพราะว่าจะได้ไม่ดูรำคาญตามากเกินไป ห้องแบบคู่รัก อันนี้น่าจะเลือกใช้ผ้าม่านโทนสีหวานๆ อาจมีการแต่งลูกไม้ตรงผ้าม่านบ้าง เพื่อเพิ่มความคลาสสิคและความหวานได้มากขึ้น และทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นอ่อนโยนมากขึ้นด้วย ห้องของเด็กๆ อันนี้น่าจะเลือกใช้ผ้าม่านที่มีสีสันสดใสสะดุดตา ไม่ยาวมากไป มีขนาดแบบกลางๆ เลือกลายผ้าม่านให้ดูสดใสน่ารักจะทำให้ห้องของเด็กๆน่าสนใจมากกว่าเดิม ทั้งหมดนี้คือการเลือกผ้าม่านให้ตรงกับสไตล์การตกแต่งห้อง ซึ่งคุณนั้นสามารถที่จะปรึกษากับร้านค้าที่คุณจะซื้อผ้าม่านได้เลยว่า ควรจะเลือกซื้อแบบไหนดีให้เหมาะสมกับสไตล์การแต่งห้องของคุณมากที่สุด

การเลือกร้านค้าที่จะซื้อผ้าม่าน

การเลือกร้านค้าที่จะซื้อผ้าม่าน ผ้าม่าน เป็นสิ่งที่ใช้ตกแต่งบ้าน ช่วยบ่งบอกรสนิยมของคุณได้อย่างดี และยังช่วยให้ห้องของคุณสะอาด เพราะว่าม่านจะช่วยกรองฝุ่นละอองที่เข้ามาในบ้านของคุณได้ด้วย แถมยังสามารถควบคุมความมืดหรือสว่างของห้องได้ด้วย จะเห็นได้ว่า ผ้าม่านนั้นมีประโยชน์มากมาย หลายคนจึงอยากจะมีผ้าม่านไว้ประดับห้องของตนเอง โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงร้านค้าที่จะซื้อผ้าม่านกัน สำหรับการเลือกร้านค้าที่จะซื้อผ้าม่านนั้น สิ่งที่ควรคำนึงถึงนั่นคือ ร้านค้านั้นมีผ้าม่านกี่ประเภท มีแบบที่เราต้องการบ้างหรือไม่ หากมีแบบที่เราต้องการ ก็ลองส อบถามราคาดูก่อนว่า เรามีงบประมาณเพียงพอไหมที่จะซื้อ หรือว่าหากมีเวลาอาจจะลองเปรียบเทียบราคากับร้านค้าอื่นๆดู ถ้าราคาถูกกว่ากันทั้งที่แบบเดียวกัน สีหรือเนื้อผ้าเดียวกัน ก็อาจเลือกร้านที่ถูกกว่าก็ได้ และหากเรามั่นใจที่จะเลือกซื้อผ้าม่านร้านนั้นแล้ว ก็ลองสอบถามเรื่องบริการหลังการขายดู ว่าเขามีบ้างไหม มีบริการส่งผ้าม่านบ้างไหม และที่ร้านมีช่างที่รับติดตั้งผ้าม่านบ้างหรือเปล่า เพราะว่า การติดตั้งผ้าม่านนั้นต้องมีความละเอียดพอสมควร ต้องมีการวัดความยาวความกว้างของหน้าต่างที่จะติด มีการเว้นระยะผ้าม่าน และต้องดูไม่ให้ผ้าม่านสูงหรือต่ำเกินไปด้วย เพราะว่าอาจทำให้แสงสว่างลอดผ่านเข้ามาได้ ถ้าเราเลือกซื้อกับร้านค้าทั่วไปก็คงสามารถเลือกซื้อได้ง่ายกว่า ร้านค้าออนไลน์ เพราะว่า ถ้าเป็นร้านค้าออนไลน์ เราต้องคิดถึงปัจจัยหลายอย่าง เพราะว่าเราไม่ได้จับหรือสัมผัสเนื้อผ้าของผ้าม่านว่าเป็นแบบไหน และสีของผ้าม่านนั้นอาจไม่ตรงกับที่ต้องการ เพราะฉะนั้นจึงต้องตรวจสอบกันหน่อย แต่ว่าหากซื้อกับร้านค้าออนไลน์ อาจจะมีโปรโมชั่นหรือส่วนลดที่น่าสนใจให้คุณนั้นได้ตัดสินใจเลือกซื้อด้วย นี่ล่ะคือ การเลือกร้านค้าที่จะซื้อผ้าม่าน ซึ่งจะทำให้คุณนั้นได้รับผ้าม่านที่มีคุณภาพมาตรฐาน ใช้งานได้ยาวนาน และมีบริการหลังการขายที่ดี มีช่างติดตั้ง หรือมีการให้คำปรึกษาในการเลือกซื้อหรือดูแลรักษาผ้าม่านด้วย จะยิ่งทำให้คุณนั้นเลือกซื้อผ้าม่านได้อย่างถูกใจที่สุด

วิธีการซักผ้าม่านอย่างถูกต้อง

วิธีการซักผ้าม่านอย่างถูกต้อง สำหรับผ้าม่านนั้น ช่วยให้บ้านของคุณดูดีแล้วก็มีประโยชน์มากมายก็จริง แต่ถ้าเป็นม่านชนิดผ้าก็จะค่อนข้างเก็บฝุ่นเยอะ พอเวลาผ่านไปนานๆ ผ้าม่านของคุณอาจมีสีหมองลงได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องถอดผ้าม่านออกมาซัก ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีซักผ้าม่านกันว่า ควรทำอย่างไรบ้าง ต้องถอดผ้าม่านออกจากรางผ้าม่านก่อน ซึ่งในบางครั้งก็อาจจะต้องปรึกษาช่างก่อนนำเอาผ้าม่านออกจากราง และต้องจำด้วยว่า ชิ้นไหนเป็นของด้านไหนบ้าง และที่สำคัญถ้าผ้าม่านมีหลายผืนก็ไม่ต้องถอดซักทั้งหมด เอาแค่ที่ซักไหวก็พอแล้ว สำหรับโซ่ถ่วงที่ติดปลายผ้าม่านทั้งสองข้างมานั้น ให้เราใช้กรรไกรหรือคัตเตอร์อันเล็กค่อยๆตัดเส้นด้ายที่คล้องกับหัวโซ่ออก ระวังอย่าให้ถูกเนื้อผ้า พอตัดเสร็จแล้ว ต้องทำสัญลักษณ์ว่าห่วงโซ่นี้เป็นของผ้าม่านชิ้นไหนด้วย เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาตอนที่ต้องใส่ใหม่ ให้นำผ้าม่านไปซักกับน้ำเปล่าอย่างน้อยสองครั้ง เพื่อให้ฝุ่นที่จับอยู่กับผ้าม่านนั้นหลุดออก สำหรับผ้าม่านที่ดำมาก ให้ลงไปแช่ในผงซักฟอกอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง พอจะซักจึงค่อยล้างออก เวลานำผ้าม่านเข้าเครื่องซักผ้าต้องตั้งโปรแกรมสำหรับผ้าหนาด้วย ให้ล้างน้ำประมาณ 2 ครั้ง ถ้าผ้านั้นมีชิ้นใหญ่มาก และอยากให้สะอาดไวๆ ก็ลองใส่ผ้าขนหนูลงไปด้วยเพื่อไปดูดซับสิ่งสกปรก และค่อยใส่ผงซักฟอกและน้ำยาลงไป แต่ถ้าผ้าม่านของคุณนั้นยังสกปรกอยู่ให้ใส่น้ำส้มสายชูไปครึ่งถ้วยต่อผ้าม่าน 7-9 กิโลแต่ถ้าเป็นคราบละอองฝน ให้ใส่เกลือลงไปครึ่งถ้วยด้วย ปั่นให้พอหมาดแล้วนำผ้าม่านนั้นใส่ตะขอแต่ยังไม่ต้องใส่โซ่ถ่วง และนำไปแขวนที่รางม่านและพยายามจับจีบม่านหรือรูปลักษณ์ของม่านให้เหมือนเดิม และให้ม่านได้โดนอากาศมากที่สุด เพราะจะทำแห้งไว กลับมาเหมือนใหม่ แต่ถ้าผ้าม่านแห้งแล้ว มีรอยยับก็ต้องใช้เตารีดไอน้ำรีดในลักษณะตั้งพื้นและมีท่อพร้อมด้ามจับ นำมาใส่โซ่ถ่วงและใช้เข็มสอยปิดหัวและท้ายผ้าม่าน แต่ถ้าผ้าม่านนั้นมีน้ำหนักพอดี ดูแล้วไม่จำเป็นต้องใส่โซ่ถ่วง ก็ไม่ต้องใส่ก็ได้ นี่ล่ะคือวิธีการซักผ้าม่านด้วยตนเอง ซึ่งดูแล้วก็คงไม่ยากเกินไป แต่หากผ้าม่านของคุณมีลักษณะพิเศษและคุณนั้นซักเองไมได้ ก็น่าจะส่งร้านที่เขารับซักผ้าม่านโดยตรง เพราะว่า เขาจะรู้วิธีการซักและไม่ทำให้ผ้าม่านของคุณเสียหายด้วย […]

ข้อควรคำนึงในการเลือกซื้อผ้าม่าน

ข้อควรคำนึงในการเลือกซื้อผ้าม่าน สำหรับใครที่อยากจะซื้อผ้าม่าน เพื่อมาประดับตกแต่งบ้าน แต่พอไปถึงที่ร้านแล้วก็ไม่รู้จะเลือกแบบไหน ก็เลยเลือกตามความชอบของตัวเอง โดยไม่ได้วางแผน นั่นอาจทำให้คุณนั้นได้ผ้าม่านที่ไม่ตรงกับความต้องการและเสียเวลาที่จะนำผ้าม่านไปคืน หรือว่าต้องเสียเงินในการซื้อใหม่ เพื่อให้เข้ากับสไตล์ของบ้านหรือความต้องการของคุณ ซึ่งมันคงจะดีกว่า ถ้าหากคุณยอมเสียเวลาที่จะวางแผนในการเลือกซื้อผ้าม่าน เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาหรือว่าเสียอารมณ์อีกต่อไป งั้นเราไปดูกันดีกว่าว่าเราควรคิดถึงอะไรบ้าง อย่าลืมวัดขนาดหน้าต่าง โดยวัดทั้งความกว้าง คือเริ่มจากซ้ายไปชวา และก็ให้วัดจากขอบวงกบนอกด้านซ้ายไปจนถึงด้านขวา และต้องวัดจากบนลงล่างด้วย และให้นำขนาดที่วัดได้ไปให้ร้านผ้าม่านดูเพื่อตีราคาก่อน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีช่างจากทางร้านมาวัดขนาดและดูว่าควรจะติดตั้งผ้าม่านแบบไหนดี จึงจะเหมาะกับห้องของคุณ  นอกจากคุณนั้นจะต้องคิดถึงเรืองของขนาดของหน้าต่างที่คุณจะติดตั้งแล้ว คุณยังต้องคิดถึงทิศทางของแสงแดดที่ส่องเข้าห้องด้วย หากเป็นห้องที่โดนแสงแดดโดยตรง คุณควรที่จะเลือกผ้าม่านที่ทำจากโพลีเอสเตอร์และต้องมีซับในแบบแบล็คเอาท์ด้วย เพราะว่าจะกันแดดได้มากที่สุด และไม่ควรเลือกใช้ผ้าบางๆ อย่างลินินหรือผ้าฝ้าย เพราะว่าจะกันแดดได้น้อย ทำให้ห้องร้อนมากๆ เป็นต้น ในเมื่อเรารู้ขนาดและดูทิศทางแดดที่ส่องเข้าห้องแล้ว ยังจะต้องคิดถึงเรื่องของประเภทผ้าม่านที่คุณจะติดตั้งด้วย โดยต้องดูจากห้องที่คุณจะติดตั้ง สไตล์การตกแต่งห้อง เพื่อจะได้เลือกผ้าม่านได้เหมาะสมกับห้องของคุณมากที่สุด นอกจากจะต้องสนใจในเรื่องของประเภทของผ้าม่านแล้ว ชนิดของผ้าม่านก็สำคัญด้วยเช่นกัน เพราะว่าผ้าแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นจึงต้องเลือกให้เหมาะสมกับห้องของคุณ เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากผ้าม่านได้อย่างเต็มที่ เมื่อเราเลือกผ้าม่านที่จะติดตั้งได้แล้ว ก็ต้องคำนึงถึงความยาวของผ้าม่านด้วย ว่าต้องการแบบไหน เช่น แบบมาตรฐาน แบบยาวถึงพื้นหรือว่าแบบกองพื้น ซึ่งก็แล้วแต่ว่าคุณนั้นต้องการแบบไหน และสิ่งสุดท้ายคือ เรืองของรางผ้าม่านที่ใช้ในการติดตั้งผ้าม่าน ซึ่งคุณนั้นจะต้องดูว่า ผ้าม่านของคุณนั้นมีน้ำหนักมากเท่าไร จะต้องใช้รางม่านแบบไหน เป็นต้น นี่ล่ะคือ […]

1 2 3 4 5 6
สนใจติดตั้ง สอบถามราคา โทร : 081-581-1882 กดสั่งซื้อทางไลน์ กดสั่งซื้อทางแฟนเพจ